ฆาตกรที่เบาะหลัง

   เรื่องราวนี้เป็นเรื่องเล่าที่เกิดขึ้นในรั้วมหาวิทยาลัยในอเมริกา ซึ่งเคยมีเหตุการณ์การฆาตกรรมเกิดขึ้นในช่วงปี 1965 โดยเรื่องเล่านี้มีความนิยมและแพร่หลายอย่างมากในกลุ่มวัยรุ่นในยุค 90 ซึ่งเป็นยุคที่มีเรื่องเล่าต่างๆนาๆ ถึงฆาตกรที่หลบหนีจากเรือนจำและได้มาซ่อนที่เบาะหลังรถผู้เคราะห์ร้ายรายหนึ่ง ก็จะฆ่าอย่างโหดเหี้ยมแล้วขโมยรถหนีไปซึ่งเรื่องเล่านี้มีการเล่าเรื่องที่แตกต่างกันออกไป

ในช่วงกลางดึกของถนนสายเปลี่ยวแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นจุดที่รถสันจรไปมาน้อยมาก ได้มีรถของกลุ่มผู้หญิงวัยรุ่นซึ่งกำลังกลับจากฉลองปาร์ตี้ที่บ้านของเพื่อน พวกเธอขับรถกลับบ้านพร้อมกับร้องเพลงอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งคนสุดท้ายถูกส่งถึงบ้านเหลือเพียงหญิงสาวคนขับรถ เธอจำเป็นต้องขับกลับไปเส้นทางเดิมเพื่อกลับบ้าน มันเป็นทางเดียวที่เธอต้องขับรถผ่าน ระหว่างทางเธอได้เปิดวิทยุซึ่งเป็นข่าวด่วน ข่าวนั้นบอกว่า ได้มีฆาตกรโรคจิตรายหนึ่งหลบหนีออกจากเรือนจำซึ่งยังไม่สามารถตามหาตัวและจับได้ เธอฟังแล้วก็ไม่ได้เอะใจอะไร และเป็นช่วงที่รถของเธอน้ำมันใกล้จะหมด โชคดีที่มีปั้มน้ำมันเก่าแถวนั้น เธอจึงจอดรถ ลงจากรถเพื่อเติมน้ำมัน ในปั้มมีเพียงรถของเธอและรถบรรทุกคันหนึ่งซึ่งคนขับหน้าตาหน้ากลัว เธอหวังว่าให้เติมให้เสร็จเร็วๆ

ในระหว่างทางที่เธอกำลังขับรถนั้น รถบรรทุกคันเดิมในปั้มน้ำมันนั้นขับมาอย่างรวดเร็วและบีบแตรพร้อมกับเปิดไฟสูงใส่ เธอกลัวมากพยายามเร่งความเร็วแต่รถบรรทุกคันนั้นก็เร่งความตามมาติดๆ และบีบแตร เปิดไฟสูง เช่นเดิม เธอขับรถกลับถึงบ้านรีบวิ่งเข้าบ้านในทันที รถบรรทุกคนนั้นจอดที่หน้าบ้านคนขับลงมาจากรถในมือถือแสลงอันใหญ่ เขาได้ตะโกนบอกหญิงสาวให้ปิดบ้านให้สนิทและโทรแจ้งตำรวจพร้อมบอกว่ามีคนถูกที่เบาะหลังรถของเธอ ฆาตกรรายนั้นนั่นเอง ซึ่งเค้าขับรถจี้ตูดหญิงสาวแล้วบีบแตรนั้นเพื่อขู่เจ้าฆาตกรให้กลัว