เล่าเรื่องสยองขวัญ กับพิธีการถ่ายรูปชวนขนลุก

   เรื่องสยองขวัญไม่ว่าจะเป็นเรื่องผีๆ เรื่องราวของฆาตกรโรคจิตต่างๆถูกเล่าต่อๆกันมาให้มีความน่ากลัว ซึ่งบางครั้งทำให้เรากลัวและไม่กล้าที่นอนคนเดียว แม้ว่าบางเรื่องจะเป็นเรื่องแต่งขึ้นแต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องจริงเคยเกิดขึ้นและเล่าต่อกันมา หรือประเพณีลึกลับบางอย่างตามความเชื่อที่หาข้อพิสูจน์ไม่ได้ อย่างเช่นเรื่องราวต่อไปนี้

ในอดีตช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 จนถึง สงครามโลกครั้งที่ 2 ในประเทศแถบยุโรปและอเมริกาจะมีประเพณีบางอย่างตามความเชื่อนั่นคือ การถ่ายรูปในครอบครัว แต่เราสงสัยว่าทำไมการถ่ายรูปกับครอบครัวนั้นมีความสำคัญยังไง ทำไมถึงเป็นประเพณี ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่การถ่ายรูปครอบครัวธรรมดา มันคือ ภาพหลังความตาย ประเพณีประหลาดนี้เริ่มเกิดขึ้นในช่วงใดนั้นไม่เป็นที่แน่นอน แต่แพร่หลายมากในช่วง 1940 ซึ่งเป็นช่วงสงครามโลกในขณะนั้น ภาพหลังความตายนี้จะเป็นการถ่ายรูปกับคนตายหรือเฉพาะผู้ที่ตายแล้ว โดยการนำศพที่เสียชีวิตมาแต่งหน้าทำผม แต่งตัวให้เหมือนกับยังมีชีวิตอยู่ และถ่ายรูปร่วมกับครอบครัว โดยเป็นการถ่ายรูปร่วมกับครอบครัวครั้งสุดท้ายหรือเก็บไว้เป็นที่ระลึก

ทำไมถึงไม่ถ่ายรูปร่วมกันตอนยังมีชีวิตอยู่ เนื่องจากในสมัยนั้นการถ่ายรูปมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากหากเป็นคนในสังคมชั้นสูงก็สามารถจ้างช่างภาพได้ แต่กับคนชนบทรวมถึงคนชนชั้นกลางนั้นเป็นเรื่องที่ต้องคิดรวมไปถึง เด็กหรือคนในครอบครัวที่ไม่มีรูปของตัวเอง แต่เจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เสียชีวิตอย่างกะทันหัน คนในครอบครัวก็จะนำร่างของผู้เสียชีวิตมาแต่งหน้า แต่งตัว จัดท่าในแบบต่างๆ และถ่ายรูปร่วมกัน ซึ่งบางรูปก็จัดให้ศพลืมตาขึ้นมาด้วย