Tag «เรื่องสยองขวัญ»

ตำนานผีปอบ ความเชื่อคนไทยที่มีมาช้านาน

ผีปอบ เป็นชื่อของผี วิญญาณ ตามความเชื่อของคนไทยภาคอีสานซึ่งมีมายาวนานแล้วและในปัจจุบันความเชื่อในเรื่องของผีปอบยังไม่จางหายไปเลย ผีปอบตามตำนานบอกเล่าว่าเป็นผู้ที่เล่นคุณไสย์มนต์ดำจนมีความแก่กล้าและใช้วิชาเหล่านี้ทำร้ายผู้คนซึ่งวิชาเหล่านั้นจัดเป็นเดียรฉานวิชา ซึ่งคนที่เป็นผีปอบนั้นจะถูกวิชาที่ตนเรียนมากลับมาทำร้ายตัวเองกลายเป็นอสูรกายและต้องเข้าสิ่งผู้คนที่มีจิตอ่อนแอ ในสมัยอดีตทางภาคอีสานของไทยนั้นมีผู้ที่เล่นวิชาอาคมอยู่มากซึ่งบางคนก็ใช้ในทางที่ดี บางคนใช้ในทางที่ผิดโดยไม่เกรงกลัวต่อบาป ผีปอบนั้นตามความเชื่อมีลักษณะที่ไม่ชัดเจน บ้างก็ว่ามีลักษณะเป็นดวงไฟสีแดงกลม บ้างก็ว่าเป็นสิ่งที่มองไม่เห็น ผีปอบสามารถเข้าสิงคนได้ทุกเพศ ทุกวัย แต่ส่วนใหญ่ชอบเข้าสิงหญิงสาว และหญิงชรา โดยมันจะเลือกเฉพาะผู้ที่มีจิตอ่อน ผู้ที่ถูกสิงจะมีลักษณะร่างกายซีดขาวและกระหายเครื่องในสดเช่น เครื่องในไก่ เป็ด หรือแม้แต่ วัว ควาย แต่จะไม่ทำร้ายคนและกลัวคนมากกว่าในอดีตนั้นหากผู้คนในหมู่บ้านเชื่อว่ามีผีปอบนั้นจะมีการสอบสวนคนในหมู่และผู้ต้องสงสัยซึ่งจะมีการนิมนต์พระสงฆ์มาทำพิธีไล่ผีปอบ ในปัจจุบันเรื่องของผีปอบนั้นยังคงเชื่อกันอยู่หากในหมู่มีสัตว์ล้มตายจำนวนมากจะมีความเชื่อว่าหมู่บ้านนั้นมีผีปอบ สำหรับผีปอบนั้นไม่ได้มีเฉพาะภาคอีสาน ทางภาคเหนือของไทยก็มีผีลักษณะคล้ายกันเรียกว่า ผีกะ

เรื่องสยองบนเรือ ควีน แมร์รี่

เรือควีนแมร์รี่ เป็นเรือเดินสมุทรลำใหญ่ในช่วง ปี 1935 เรือลำนี้ถือว่าเป็นเรือเดินสมุทรที่หรูหราอีกลำหนึ่งในยุคนั้น รวมถึงมีมาตรการความปลอดภัยที่สูงมากลำหนึ่ง เรือควีน แมร์รี่ เป็นเรือโดยสารสัญชาติอังกฤษ ในช่วงปี 1935 ซึ่งใช้เดินทางโดยสารข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก จากอังกฤษไปยังอเมริกา ในช่วงเวลานั้นเรือลำนี้ได้เดินทางหลายครั้งมากกลายเป็นเรือสำคัญที่มีผู้โดยสารนิยมใช้บริการจำนวนมาก และเรือลำนี้ได้ใช้งานในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วยและมันก็สามารถคงอยู่ได้ จนกระทั่งเรือลำนี้ได้ปลดระวางในปี 1967 และถูกเทียบท่าอย่างถาวรที่เมือง ลองบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย และถูกใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ และโรงแรม โดยภายในยังคงรักษาสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ใช้นักท่องเที่ยวได้เยี่ยมชมด้วย แน่นอนว่าเรือลำนี้ถูกใช้มาตั้งแต่ช่วงปี 1935 และถูกใช้ในช่วงสงครามโลกด้วย ต้องมีประวัติที่น่ากลัวเล่าให้ฟังเสมอๆ ของผู้ที่พบเจอสิ่งแปลกประหลาดที่หาคำอธิบายไม่ได้ส่วนใหญ่ผู้ที่พบเจอนั้น เป็นพนักงานที่ทำงานอยู่ภายในเรือ อย่างเช่น มักมีผู้ได้ยินเสียงแปลกบริเวณท้องเรือ คล้ายกับเสียงคนเติมถ่านหิน หรือมักพบเห็นรอยเท้าเปียกน้ำตามทางเดินซึ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนเดินอยู่ และมีพนักงานพบเห็นชายสวมชุดสูทคล้ายกับผู้คุมเรือบริเวณสะพานเดินเรือด้วย ซึ่งจากคำบอกเล่าของพนักงานต้อนรับคนหนึ่งระบุว่า กำลังเลิกงานจากนั้นก็พบเห็นหญิงสาวคนหนึ่งสวมชุดโบราณในยุคปี 1930 เดินอยู่บริเวณทางเดินของผู้โดยสารชั้นหนึ่ง แล้วหายไปต่อหน้าต่อตา ซึ่งมีคนมักพูดว่าอาจจะเป็นวิญญาณของผู้เสียชีวิตบนเรือลำนี้

เล่าเรื่องสยองขวัญ กับพิธีการถ่ายรูปชวนขนลุก

   เรื่องสยองขวัญไม่ว่าจะเป็นเรื่องผีๆ เรื่องราวของฆาตกรโรคจิตต่างๆถูกเล่าต่อๆกันมาให้มีความน่ากลัว ซึ่งบางครั้งทำให้เรากลัวและไม่กล้าที่นอนคนเดียว แม้ว่าบางเรื่องจะเป็นเรื่องแต่งขึ้นแต่บางเรื่องก็เป็นเรื่องจริงเคยเกิดขึ้นและเล่าต่อกันมา หรือประเพณีลึกลับบางอย่างตามความเชื่อที่หาข้อพิสูจน์ไม่ได้ อย่างเช่นเรื่องราวต่อไปนี้ ในอดีตช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 จนถึง สงครามโลกครั้งที่ 2 ในประเทศแถบยุโรปและอเมริกาจะมีประเพณีบางอย่างตามความเชื่อนั่นคือ การถ่ายรูปในครอบครัว แต่เราสงสัยว่าทำไมการถ่ายรูปกับครอบครัวนั้นมีความสำคัญยังไง ทำไมถึงเป็นประเพณี ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่ใช่การถ่ายรูปครอบครัวธรรมดา มันคือ ภาพหลังความตาย ประเพณีประหลาดนี้เริ่มเกิดขึ้นในช่วงใดนั้นไม่เป็นที่แน่นอน แต่แพร่หลายมากในช่วง 1940 ซึ่งเป็นช่วงสงครามโลกในขณะนั้น ภาพหลังความตายนี้จะเป็นการถ่ายรูปกับคนตายหรือเฉพาะผู้ที่ตายแล้ว โดยการนำศพที่เสียชีวิตมาแต่งหน้าทำผม แต่งตัวให้เหมือนกับยังมีชีวิตอยู่ และถ่ายรูปร่วมกับครอบครัว โดยเป็นการถ่ายรูปร่วมกับครอบครัวครั้งสุดท้ายหรือเก็บไว้เป็นที่ระลึก ทำไมถึงไม่ถ่ายรูปร่วมกันตอนยังมีชีวิตอยู่ เนื่องจากในสมัยนั้นการถ่ายรูปมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากหากเป็นคนในสังคมชั้นสูงก็สามารถจ้างช่างภาพได้ แต่กับคนชนบทรวมถึงคนชนชั้นกลางนั้นเป็นเรื่องที่ต้องคิดรวมไปถึง เด็กหรือคนในครอบครัวที่ไม่มีรูปของตัวเอง แต่เจ็บป่วยหรือเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เสียชีวิตอย่างกะทันหัน คนในครอบครัวก็จะนำร่างของผู้เสียชีวิตมาแต่งหน้า แต่งตัว จัดท่าในแบบต่างๆ และถ่ายรูปร่วมกัน ซึ่งบางรูปก็จัดให้ศพลืมตาขึ้นมาด้วย